Rhinoplasty เสริมจมูก
 
รูปแบบการเสริมจมูก
1.การเสริมจมูกแบบเปิด (Open Technique)
วิธีนี้เป็นการเปิดแผลที่บริเวณฐานจมูกของคนไข้ จะใช้วิธีกรีดผ่าจมูกในแนวดิ่ง แล้วทำการแยกเนื้อ
และผิวหนังออกจากโครงสร้างจมูก วิธีนี้จะทำให้คุณหมอเห็นปัญหาของรูปทรงจมูกคนไข้ได้ง่ายขึ้น จึงช่วยปรับแก้ไขทรงจมูกได้ตรงจุด และมีความครบถ้วน สมบูรณ์
ข้อดีการทำจมูกแบบเปิด :
โอกาสที่จมูกจะเบี้ยวมีน้อย
สามารถตกแต่งให้สวยเนียนได้เป็นธรรมชาติ
ป้องกันไม่ให้ผิวหนังทะลุในอนาคต

2.การเสริมจมูกแบบปิด (Closed Technique)
วิธีนี้เป็นการศัลยกรรมเสริมจมูกแบบทั่วไป แผลจะอยู่ด้านในรูจมูก แพทย์จะใส่ซิลิโคนตั้งแต่สันจมูก ไปจนถึงปลายจมูก วิธีนี้เป็นที่นิยมกันมาก เนื่องจากแผลเล็กและไม่บวมมาก
 
ข้อดี
ใช้เวลาไม่นาน
การดูแลตัวเองก็ไม่ยุ่งยาก
ค่ารักษาไม่แพง

ข้อควรรู้อื่นๆก่อนการทำจมูก
คุณมีโรคประจำตัวหรือไม่ หากเรารู้ตัวว่ามีโรคประจำตัวหรือโรคที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น โรคความดัน โรคหัวใจ โรคเอดส์ โรคเบาหวาน หรือโรคต่างๆ ควรปรึกษาศัลยแพทย์ให้ดีเสียก่อน เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่เป็นไปได้หลังการผ่าตัด เช่น แผลติดเชื้อมากกว่าคนปกติ
ห้ามแคะ เกา บีบ และโดนน้ำ สิ่งสำคัญที่เน้นย้ำในการผ่าตัดศัลยกรรม คือการเลี่ยงจากการโดนน้ำของแผล จึงแนะนำให้ล้างหน้าด้วยการใช้ผ้าเช็ดบริเวณจมูกให้สะอาดตลอด 1-2 สัปดาห์แรกหลังทำศัลยกรรม
งดออกกำลังกายในประเภทที่เสี่ยงต่อการปะทะ ที่อาจทำให้เกิดการกระทบกระเทือนต่อจมูก
หลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีฝุ่นควันมาก สาเหตุหลัก ๆ ที่ทำให้เกิดการแพ้อากาศ รวมถึงอาการไอ จาม และสั่งน้ำมูก ดังนั้นจึงควรเตรียมตัวก่อนและหลังการผ่าตัดไม่ให้เป็นหวัดหรือมีน้ำมูก และเพื่อไม่ให้แผลเสี่ยงต่อการติดเชื้อ หากมีอาการควรรีบรับประทานยาแก้แพ้หรือยาลดน้ำมูกทันที
งดกิจกรรมเสริมความงามเกี่ยวกับใบหน้า เช่นกดสิว, ทำทรีทเม้นท์ เลเซอร์ เพราะเป็นการรบกวนด้วยการใช้มือกด นวด และการใช้เครื่องมือต่าง ๆ บนใบหน้าหรือใกล้เคียงกับบริเวณจมูกในขณะที่แผล ยังไม่หายดีอาจทำให้เกิดการอักเสบ และเป็นอันตรายต่อตัวคุณเองได้ ดังนั้นควรอดใจรอเวลาอย่างน้อย 1 เดือนขึ้นไปแล้วทำการปรึกษาแพทย์เพื่อให้แน่ใจว่าแผลหายดีเสียก่อน

การเตรียมตัวก่อนทำจมูก
  • งดสูบบุหรี่, งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด อย่างน้อยก่อนทำศํลยกรรม 1 สัปดาห์
  • งดยาแก้ปวด ลดกล้ามเนื้ออักเสบ ก่อนผ่าตัด เช่น ยากลุ่มแอสไพริน (Aspirin) หรือ ไอบิวโพรเฟน (Ibuprofen) เพื่อลดอาการฟกช้ำจากเลือดคั่งหลังผ่าตัด แต่กรณีที่จำเป็นต้องใช้ แนะนำให้ใช้ยาพาราเซตามอลในการบรรเทาปวดเท่านั้น
  • ควรงดวิตามิน น้ำมันตับปลา อาหารเสริมต่าง ๆ ทุกชนิด เนื่องจากอาหารเสริมเหล่านี้ อาจทำให้เกิดอาการเลือดหยุดไหลช้า แพทย์ไม่รับเนื่องการยากต่อการผ่าตัด อีกทั้งหลังจากการผ่าตัดอาจมีอาการบวม ฟกช้ำผิดปกติได้
  • งดของแสลงจำพวกของดอง น้ำอัดลมรวมถึงอาหารทะเลล่วงหน้า
 
การเตรียมตัวในวันผ่าตัดทำจมูก
  • งดอาหารและน้ำ อย่างน้อย 8 ชั่วโมง หากต้องดมยาสลบ
  • ทานอาหารเบา ๆ ก่อนเวลาผ่าตัดช่วง 4 – 6 ชั่วโมงหากไม่ดมยาสลบ
  • งดแต่งหน้า ล้างหน้า และควรแคะจมูกให้สะอาด
การทำศัลยกรรมจมูกแพทย์แต่ละท่าน จะมีเทคนิคในการทำศัลยกรรมจมูกไม่เหมือนกัน เวลาในการทำศัลยกรรมจมูก นั้นจะใช้เวลาประมาณ 40-90 นาทีในการทำ แล้วแต่ฝีมือ และ รายละเอียดในการทำของแพทย์ท่านนั้น พักฟื้น ประมาณ 30-60 นาที และถามอาการก่อนกลับบ้านเพื่อรอดูอาการ
ของที่ควรเตรียมก่อนทำจมูก
  • ผ้าเย็น
  • หมอนล็อคคอ
  • ผ้าขนหนู / แผ่นทำความสะอาด สำหรับเช็ดหน้า
  • ไม้พันสำลี
  • อาหาร ต้องตุนไว้หน่อย ขอที่ ทานง่าย ไม่ต้องเคี้ยวมาก
 
หลังศัลยกรรมเสริมจมูก
  1. ประคบเย็นด้วยแผ่นประคบเย็น 2 วันแรก ที่จมูก และรอบๆจมูกบ่อยๆเพื่อช่วยลดบวม ความบวมจะค่อยๆหายไปในระยะเวลา1-2สัปดาห์
  2. ประคบหลังวันที่ 2  ที่จมูกและรอบๆจมูกบ่อยๆจนกว่าจะหายบวม
  3. ต้องล้างแผลทุกวันให้เห็นเส้นไหมและผิวหนังปกติ ไม่ให้มีคราบเลือดติด
  4. ใช้สำลีชุบน้ำเปล่า เช็ดทำความสะอาดหน้าไปก่อน และงดแต่งหน้า 7 วัน
  5. ใช้หมอนรองคอ อย่าพึ่งนอนราบหรือนอนตะแคง
  6. ควรหลีกเลี่ยงของหมักดอง ไข่ ไก่ อาหารเผ็ด อาหารทะเล และแอลกอฮอล์ รวมถึงงดการเล่นกีฬาหนัก  เป็นเวลา 1 เดือน เพราะมันอาจทำให้ความบวมลดลงได้ช้าขึ้น
  7. ต้องทานอาหารที่มีโปรตีนสูง เช่น เนื้อสัตว์ นม ไข่ไก่ ให้มากกว่าปกติ 2-3 เท่า
  8. ต้องทานยาให้ครบจนหมด
  9. หลีกเลี่ยงการยกของหนัก และการทำให้จมูกได้รับแรงสั่นสะเทือน
  10. หลังตัดไหมให้ใช้คอตตอนบัดเช็ดทำความสะอาดแผลด้านใน

    Rhinoplasty is a plastic surgery procedure for correcting and reconstructing the nose. There are two types of plastic surgery used – reconstructive surgery that restores the form and functions of the nose and cosmetic surgery that improves the appearance of the nose. Reconstructive surgery seeks to resolve nasal injuries caused by various traumas including blunt, and penetrating trauma and trauma caused by blast injury. Reconstructive surgery also treats birth defects, breathing problems, and failed primary rhinoplasties. Most patients ask to remove a bump, narrow nostril width, change the angle between the nose and the mouth, as well as correct injuries, birth defects, or other problems that affect breathing, such as deviated nasal septum or a sinus condition.
     
In closed rhinoplasty and open rhinoplasty surgeries – an otolaryngologist (ear, nose, and throat specialist), an oral and maxillofacial surgeon (jaw, face, and neck specialist), or a plastic surgeon creates a functional, aesthetic, and facially proportionate nose by separating the nasal skin and the soft tissues from the nasal framework, correcting them as required for form and function, suturing the incisions, using tissue glue and applying either a package or a stent, or both, to immobilize the corrected nose to ensure the proper healing of the surgical incision.

© 2018 by Preenada Laser & Aesthetic Clinic (Chiang Mai, Thailand). 
เสริมความงาม, ฉีดโบท็อกซ์, ฟิลเลอร์, หน้าเรียว, ร้อยไหม, เชียงใหม่, ลำพูน, ช้างคลาน, ไนท์บาร์ซ่า, เลเซอร์, คลินิกความงาม, คลินิกเชียงใหม่, คลินิก, เชียงใหม่, หลุมสิว, แผลเป็น, กำจัดขน, อินฟราเรดซาวน่า, ปรับรูปหน้า, ลดคาง

  • Facebook Social Icon