Genioplasty เสริมคาง
 
เสริมคางเปิดแผลในปาก
วิธีนี้แพทย์ทำการเปิดแผลด้านในของปาก ตรงซอกเหงือก กับริมฝีปากล่าง ความยาวของแผลประมาณ 2 ซม. หลังจากนั้นแยกเยื่อหุ้มกระดูกคางตรงขอบล่างขึ้นมา แล้วจึงวางแท่งซิลิโคนเขาไปให้พอดีกับตำแหน่งที่ต้องการ จากนั้นเย็บปิดแผลด้วยไหมละลาย ใช้เวลาไม่เกิน 1 ชั่วโมงไม่เห็นรอยแผลเป็นด้านนอกรักษาความสะอาดภายในช่องปากไม่ให้เกิดการอักเสบและติดเชื้อ รับประทานอาหารอ่อน ๆ และบ้วนปากทุกครั้งหลังทานอาหาร

เสริมคางเปิดแผลนอกปาก
แพทย์จะทำการเปิดแผลภายนอกบริเวณใต้คางประมาณ 2-3 ซม. ใส่ซิลิโคนในตำแหน่งที่ต้องการ จากนั้นทำการเย็บปิดแผล ใช้เวลาไม่เกิน 1 ชั่วโมงในการผ่าตัด วิธีนี้เป็นที่นิยมค่อนข้างน้อย เพราะอาจเกิดรอยแผลเป็น หรือ แผลเป็นนูน (คีลอยด์) บริเวณใต้คางได้
 
การเตรียมตัวก่อนทำศัลยกรรมคาง
 
  1. เตรียมร่างกายให้แข็งแรง ไม่มีการเจ็บป่วย
  2. งดอาหารเสริม หรือยาที่มีคุณสมบัติเรื่องการแข็งตัวของเลือด ทั้งนี้คุณจำเป็นต้องแจ้งรายละเอียดแก่แพทย์ถึงยาและอาหารเสริมรวมทั้ง สมุนไพรที่คุณรับประทานอยู่
  3. กินอาหารให้พออิ่มก่อนเข้ารับการศัลยกรรม เพราะหลังการศัลยกรรมแล้วมักกินอะไรไม่ได้มาก
  4. แปรงฟัน บ้วนปากให้สะอาด ก่อนเข้ารับการผ่าตัด
  5. หากมีโรคประจำตัว ควรแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนการรับการผ่าตัด
 
หลังศัลยกรรมเสริมคาง
 
  1. หลังเข้า รับการ ผ่าตัด เสร็จ ให้เริ่มประคบ เย็นทันที เป็น ระยะเวลา ประมาณ 48 ชั่วโมง โดยอาจจะ ใช้ผ้าขนหนูที่เปียก หมาดๆสัก 3 ผืนไปแช่ช่องแข็ง จากนั้น ก็ให้นำมา ประคบ สลับกัน อย่างต่อเนื่อง พยายาม หลีกเลี่ยง การกด แรงๆ ตรงจุด ที่มี ซิลิโคนอยู่
  2. หากพ้น ระยะ 48 ชั่วโมง แล้ว ให้ปล่อยไว้เฉยๆ ไม่ควร ที่ประคบร้อน หรือ เย็น ทั้งสิ้น
  3. นอกจากนี้ แล้ว ภายใน 48 ชั่วโมง หลังจาก การผ่าตัด ให้ นอนยกหัวสูง หรือ นั่งหลับ เพื่อ ลด อาการ บวม เพราะ สิ่งที่สำคัญ ควรรู้เอาไว้ว่า อาการบวม จะมีมาก ในช่วง ของ 3-4 วันแรก เป็นอาการปกติ
  4. การเข้ารับ การผ่าตัดเสริมคาง จะผ่าจาก ด้าน ในปาก ดังนั้น จึงทำให้ มีแผลในปาก เพราะ ฉะนั้น แล้ว จึงเป็น เหตุผล ให้ว่า คนที่ทำจะต้อง พยายามหลีก เลี่ยง การทาน อาหารรสจัด อาหารร้อน ของ หมักดอง อาหาร ที่ต้องใช้แรงเคี้ยว ในช่วงแรก
  5. ทำความสะอาด ด้วยการบ้วนปากด้วยน้ำยา ไม่ทำ ให้ เกิด อาการแสบ หรือ น้ำเกลือ ผสม น้ำยาบ้วนปาก ที่เจือจาง
  6. จากนั้นก็ตาม ด้วย การบ้วนน้ำเกลือ เปล่าๆ อีก 1 ครั้ง
  7. ภายใน ช่วง 3-4 วัน แรก ที่ สำคัญ ห้ามใช้ ลิ้นดุนไหม ในปาก เล่น เด็ดขาด
  8. ให้ทานยา ตามที่แพทย์ สั่งให้หมด อย่าซื้อ ยามาทาน เพิ่มเอง เป็นอันขาด  ยา ที่สามารถได้ คือ ยาแก้ปวด ลดบวม ยาฆ่าเชื้อ    ในกรณีมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ที่เป็นผลข้างเคียง มาจาก  การทานยา แก้อักเสบ Cloxacilline ก็ให้ทำการหยุดยา หรือใช้ Amoxicillin 500mg ทาน 1 เม็ด หลังอาหาร 4 เวลา ( เช้า กลางวัน เย็น ก่อนนอน ) ทานยา ต่อเนื่อง ทั้งหมด 7 วัน และ จะสามารถทาน ยาแก้คลื่นไส้อาเจียนได้ อย่างไร ก็ตามควรปรึกษา แพทย์ หากมีอาการ ผิดปกติ จากการทานยา และ อย่าลืม แจ้ง แพทย์ ทุกครั้ง หาก มี อาการ แพ้ ยา หรือ มีโรคประจำตัว
  9. ใน วัน 4 หลัง เข้ารับการผ่าตัด ให้แกะเฝือก ที่ติดคางออกได้ ด้วยการนำ น้ำอุ่นมา ช่วย ในการลูบเบาๆ ให้พลาสเตอร์ ค่อยๆ ลอกออก
  10. ที่สำคัญที่สุด และ อย่าลืมสอบถามรายละเอียดจาก แพทย์ที่ เราเข้ารับการทำศัลยกรรมเสริมคาง จะให้คำตอบ ได้ถูกต้อง และ เหมาะสมกับ ผู้ศัลยกรรมมากที่สุด และ ควรปฏิบัติตามคำแนะนำ ของแพทย์ อย่างเคร่งครัด เพื่อให้คาง ของเราสวยไม่มีปัญหาใด ๆ
 
 
Genioplasty is a type of surgery done on the chin. Both plastic surgeons and maxillofacial surgeons (surgeons who work on the mouth and jaw) can perform this type of surgery.
Genioplasty is most frequently a cosmetic surgery, meaning people choose to have it for looks and not because of a medical problem.
There are two main types of genioplasty: sliding genioplasty and chin implants.
 
Sliding genioplasty
 
In a sliding genioplasty, a surgeon uses a saw to cut the chin bone away from the rest of the jaw and move it to correct a chin deficiency. This is also called an osseous genioplasty.
This type of genioplasty is recommended for people with severe retrogenia, or people whose chin is too far back in relation to the rest of their face. It can also help with correcting chins that are pushed too far forward and are too long.
 
 
Sliding genioplasty surgery
This procedure can take place in a hospital or an office operating room. Most have general anesthesia for the procedure.
To start, your surgeon pulls down your lower lip and cuts on the gum of the lower lip below your bottom teeth. Then the soft tissue is separated from the chin bone. Your surgeon uses a saw to cut a small vertical line in the chin for reference. This ensures the bone stays straight when it’s moved forward or backward.
The doctor then makes a horizontal cut along the chin bone. If you’re getting your chin moved backward or made smaller, your doctor also cuts out a wedge of bone. Then they slide the bone forward or backward and attach screws and possibly a metal plate to ensure it stays in place.
To make your chin longer, they reattach the bone with a gap between the rest of the jaw and the chin. Bone will grow back over time and fill this gap.
To make your chin shorter, they remove the wedge of bone and reattach your chin to the rest of your jaw.
If you’re having your chin moved forward, surgery may create a “step” in the bone. Steps are much more visible in women than in men because of a lack of facial hair. If you have a step, your surgeon may shave some of the bone down to avoid it showing.
Then the incision is stitched closed. Your doctor then puts compression tape on the outside of your mouth and chin to ensure the area is protected during early healing.
 
Aftercare
 
Following your surgery, your surgeon will instruct you to take oral antibiotics for two days. Oral stitches are absorbable, so you won’t have to return to the hospital to get them removed.
You may begin eating normally as soon as you feel you’re ready. A liquid or soft-food diet is recommended. You must rinse your mouth with water or antiseptic oral rinse following every meal.
After three to five days, you can remove your wound dressings and compression tape, and return to your daily routine. Don’t exercise for the first 10 days following surgery. Don’t participate in contact sports for six to eight weeks.
You may notice swelling, redness, or bruising, which should go away after a few days.
If you notice any of the following, you should contact your doctor immediately:
fever of 100.4˚F (38˚C) degrees or higher
bruising, redness, or swelling that doesn’t go away within a week
strong-smelling odor coming from the incision
yellow or green discharge
bleeding that can’t be stopped with light pressure

© 2018 by Preenada Laser & Aesthetic Clinic (Chiang Mai, Thailand). 
เสริมความงาม, ฉีดโบท็อกซ์, ฟิลเลอร์, หน้าเรียว, ร้อยไหม, เชียงใหม่, ลำพูน, ช้างคลาน, ไนท์บาร์ซ่า, เลเซอร์, คลินิกความงาม, คลินิกเชียงใหม่, คลินิก, เชียงใหม่, หลุมสิว, แผลเป็น, กำจัดขน, อินฟราเรดซาวน่า, ปรับรูปหน้า, ลดคาง

  • Facebook Social Icon